กรมอนามัย แนะ เด็กไทย ลดกินอาหารทอด อาหารไขมันสูง ป้องกันเป็นหนุ่ม เป็นสาวก่อนวัย

  • 25 กรกฎาคม 2565

            #ANAMAINEWS กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ เด็กไทยลดกินอาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ไม่มีประโยชน์ ป้องกันโรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กไทยเป็นหนุ่ม เป็นสาวก่อนวัย ย้ำ กินอาหารครบ 5 หมู่ เพิ่มผักและผลไม้ในทุกมื้ออาหาร ดื่มนมรสจืด มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม และนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อการเจริญเติบโตที่สมวัย

          นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่บริโภคอาหารไขมันสูงเพิ่มขึ้น เช่น อาหารทอด มัน อาหารจานด่วน ขนมขบเคี้ยว ซี่งเป็นสาเหตุทำให้มีปัญหาโรคอ้วนในเด็กวัยเรียน เด็กอ้วนจะมีปริมาณไขมันสะสมในร่างกายมาก ส่งผลให้เกิดภาวะเป็นหนุ่ม เป็นสาวก่อนวัย เช่น เด็กชายอัณฑะขนาดใหญ่ก่อนอายุ 9 ปี เด็กหญิงมีเต้านมขึ้นก่อนอายุ 8 ปี มีประจำเดือนก่อนอายุ 9.5 ปี โดยเฉพาะในเด็กหญิง    จะสร้างฮอร์โมนเพศหญิงมากกว่าปกติ ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรจัดอาหารหลักให้เด็กบริโภคให้ครบทั้ง 3 มื้อ   ไม่ควรเว้นมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะมื้อเช้า กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่างหลากหลาย กินอาหารกลุ่มข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เพื่อเป็นการปลูกฝังนิสัยการบริโภคที่ดีให้แก่เด็ก และควรจัดอาหารทะเล เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ เลือด สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไข่วันละฟอง เพิ่มการบริโภคผักหลากหลายสี และผลไม้ในทุกมื้ออาหาร ดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว

          “ทั้งนี้ หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารจานด่วน ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มรสหวาน และอาหารไม่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักของเด็กให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันภาวะเป็นหนุ่ม เป็นสาวก่อนวัย นอกจากนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรชวนลูกหลานมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม โดยออกกำลังกาย อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน นอนหลับให้เพียงพอ 9-11 ชั่วโมง จะทำให้เด็กสูงดีสมส่วน สุขภาพแข็งแรง มีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

กรมอนามัย / 25 กรกฎาคม 2565

ศูนย์สื่อสารสาธารณะ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

เลขที่ 88/22 ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี

Email prnews@anamai.mail.go.th

โทรศัพท์ 0-2590-4053

ติดตามกรมอนามัย

เรามีสาระสุขภาพดีๆ ส่งตรงถึงอีเมลคุณทุกสัปดาห์

Subscription

© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH