กรมอนามัย แนะตักบาตรพระสงฆ์ เลือกเมนูชูสุขภาพ ส่วนอาหารกระป๋อง ต้องไม่บุบ

  • 3 กรกฎาคม 2563
  • 132 ครั้ง

           #ANAMAINEWS กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนทำบุญตักบาตรด้วยเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม แนะตักบาตรด้วยอาหารกระป๋อง ต้องเลือกกระป๋องที่สภาพดี ไม่บุบ ไม่รั่วซึม ไม่เป็นสนิม และให้สังเกตวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ

           นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยที่ดีขึ้นตามลำดับ ในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาปีนี้คาดว่ามีประชาชนไปทำบุญตักบาตรกันมากขึ้น การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ที่วัด หากไม่คำนึงถึงอาหารที่จะนำมาตักบาตรก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพพระสงฆ์ได้ เนื่องจากอาหารที่ประชาชนนิยมตักบาตรมักเป็นอาหารที่ไม่หลากหลายและประกอบด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมัน และกะทิที่ให้พลังงานสูง ทำให้เกิดการสะสมไขมันส่วนเกินเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพพระสงฆ์ เพื่อสุขภาพ  ที่ดีของพระสงฆ์จึงควรเลือกอาหารที่เป็นเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เลือกใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาว หรือ   ข้าวกล้องผสมข้าวขาว เลี่ยงเมนูอาหารทอด โดยเปลี่ยนเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง อบ หรือยำแทน เพิ่มผักและผลไม้รสไม่หวาน เช่น ฝรั่ง ส้ม แตงโม มะละกอ เป็นต้น สำหรับประชาชนที่ไม่ได้ปรุงอาหารเอง ควรเลือกซื้อจากร้านที่มีการปรุงสุก ใหม่ มีการใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารแทนการใช้มือและใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่สะอาดปลอดภัย ไม่ใช้โฟมเพื่อสุขอนามัยที่ดี

           “สำหรับการตักบาตรด้วยอาหารกระป๋อง ควรเลือกซื้อกระป๋องที่อยู่ในสภาพดี ไม่บุบ โดยเฉพาะตะเข็บหรือรอยต่อของกระป๋องต้องเรียบ ฝาหรือก้นกระป๋องแบนเรียบ ส่วนขอบกระป๋องจะต้องไม่มีรอยรั่วซึม ไม่เป็นสนิม ไม่โป่งนูนเนื่องจากมีแรงดันของก๊าซที่เกิดจากการเน่าเสียของอาหารภายในกระป๋อง และให้ดูฉลากสินค้าที่ผ่านการตรวจรับรองและมีเลขสารบบอาหารหรือตัวเลขหลังเครื่องหมาย อย ที่สำคัญคือควรเลือกซื้ออาหารกระป๋องที่ผลิตใหม่ โดยสังเกต วัน เดือน ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ญาติโยมควรปฏิบัติเมื่อไปทำบุญคือการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล หรือนั่ง ยืน ตามที่ทางวัดกำหนดจุดให้ใส่บาตร และควรล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบอาหารใส่บาตร หากประชาชนมีอาการเจ็บป่วย มีไข้ ควรงดการเดินทางไปทำบุญที่วัด” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 3 กรกฎาคม 2563

© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH

ดาวน์โหลด eBook สุขภาพ

แหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสุขภาพพร้อมให้คุณดาวน์โหลดไปศึกษาฟรี!