กรมอนามัย ย้ำ‘วันเด็ก’ ตรวจเช็กสถานที่ เครื่องเล่น ต้องปลอดภัย เผยลูกโป่งอัดก๊าซไฮโดรเจน ติดไฟง่าย แนะเลี่ยง

  • 10 มกราคม 2563
  • 0 ครั้ง
วันเด็กแห่งชาติ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ หน่วยงาน สถานศึกษา และสถานที่จัดงานวันเด็ก ต้องตรวจสอบ เครื่องเล่นให้ปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และให้หลีกเลี่ยงการประดับตกแต่งสถานที่ด้วยลูกโป่งอัดก๊าซไฮโดรเจน เนื่องจากติดไฟง่าย เสี่ยงระเบิด

      

       แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี มีหลายหน่วยงาน รวมถึงสถานศึกษา และสถานที่ต่างๆ จัดกิจกรรมวันเด็กขึ้น เพื่อให้ผู้ปกครองได้พาบุตรหลานไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ถือเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างหนึ่ง โดยสถานที่แต่ละแห่งมักมีการจัดเครื่องเล่นไว้ให้สำหรับเด็ก ๆ เช่น สนามเด็กเล่น อุปกรณ์เครื่องเล่นต่าง ๆ ซึ่งผู้จัดงานควรมีการตรวจสอบสภาพเครื่องเล่นว่าอยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน เครื่องเล่นต้องมีการยึดรากฐานให้มั่นคง ไม่ชำรุด พื้นผิวของเครื่องเล่นต่าง ๆ ต้องไม่มีรอยแตกหักหรือมีส่วนที่ยื่นออกมาก่อให้เกิดอันตราย เช่น แผ่นเหล็กโผล่ยื่น มีเสี้ยนไม้ สีที่ใช้ทา ต้องไม่หลุดลอกหรือเก่าจนขึ้นสนิม และหากพบความผิดปกติหรือชำรุด ควรรีบซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยต่อเด็ก ส่วนผู้ปกครองควรดูแลและสอนบุตรหลานให้รู้จักระมัดระวังตัวเองและผู้อื่นในขณะเล่น รวมถึงเฝ้าระวังและไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพัง

       แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานที่จัดงานวันเด็กที่มีการตกแต่งประดับด้วยลูกโป่งสวรรค์ หรือมีการแจกลูกโป่งเป็นของรางวัลแก่เด็ก ๆ นั้น ควรเลือกลูกโป่งที่บรรจุด้วยก๊าซฮีเลียม เพราะถึงแม้จะมีราคาแพงแต่จะไม่ติดไฟและปลอดภัยกว่า แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้ลูกโป่งที่บรรจุด้วยก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งมีความไวไฟสูง ติดไฟง่าย เมื่อกระทบกับความร้อนหรือประกายไฟ จะทำให้เกิดการระเบิดได้ จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการบรรจุและติดป้ายเตือนว่าห้ามนำเข้าใกล้ความร้อนหรือประกายไฟ และไม่ควรจัดวางไว้กลางแดด และจัดให้ห่างจากหลอดไฟ หรือประกายไฟต่าง ๆ ไม่ควรนำลูกโป่งที่บรรจุก๊าซไฮโดรเจนมารวมกันหลาย ๆ ลูก เพราะเมื่อเกิดการระเบิดหนึ่งลูก ก็จะมีการระเบิดต่อไปยังลูกอื่น ๆ ทำให้มีความร้อนและเปลวไฟลวกผิวหนัง และอันตรายถึงชีวิต

       “ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีค่า PM2.5 สูงขึ้น อยู่ในระดับ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อนออกจากบ้าน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรติดตามสถานการณ์ด้วยการดูค่า PM2.5 หรือค่า AQI ได้ที่เว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือแอพพลิเคชั่น “Air4Thai” ของกรมควบคุมมลพิษ หรือติดตามการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงฝุ่น PM2.5 จากเฟซบุ๊กเพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM2.5ของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้สังเกตที่ สีเป็นหลัก หากเป็นสีส้มและสีแดง ซึ่งเป็นค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพควรให้เด็กสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

***

ศูนย์สื่อสารสาธารณะ / 10 มกราคม 2563

© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH

ดาวน์โหลด eBook สุขภาพ

แหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสุขภาพพร้อมให้คุณดาวน์โหลดไปศึกษาฟรี!