Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

ข้อระวัง ในการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ

  • 25 สิงหาคม 2568

ข้อระวัง ในการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ ⚠️🚧

พื้นที่อับอากาศ หมายถึง สถานที่ที่มีทางเข้าออกจำกัดและมีการระบายอากาศไม่เพียงพอ ทำให้มีสภาพอากาศไม่ปลอดภัย เช่น มีแก๊ซพิษ หรือออกซิเจนน้อย อาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปทำงานในพื้นที่นั้น ☢️
ตัวอย่างของพื้นที่อับอากาศ เช่น ถัง, บ่อ, อุโมงค์, ห้องใต้ดิน, ไซโล 🛢️🕳️
อันตรายจากพื้นที่อับอากาศ
ขาดอากาศหายใจ : อากาศภายในอาจมีออกซิเจนน้อยเกินไป ทำให้ขาดอากาศหายใจ 😵‍💫💨
แก๊ซพิษ: อาจมีแก๊ซมีพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์. ไฮโดรเจนซัลไซต์ ☠️☢️
สารเคมี: อาจมีสารเคมีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 🧪⚠️
ไฟไหม้: อาจเกิดไฟไหม้ได้ง่าย เนื่องจากมีสารไวไฟ 🔥🚒
มาตรการป้องกันสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ
1. วางแผนการทำงานและการป้องกันอันตรายสำหรับผู้ที่เข้าไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงทราบ
2. ประเมินสุขภาพของเจ้าหน้าที่ที่ต้องลงไปปฏิบัติงาน หากพบว่ามีอาการป่วย บาดเจ็บ หรือร่างกายอ่อนเพลีย ควรเปลี่ยนให้ผู้ที่มีความพร้อมของร่างกายแทน
3. ติดป้าย “พื้นที่ที่อับอากาศ พื้นที่เสี่ยง พื้นที่อันตราย ห้ามเข้า” (ทางเข้า – ออก) และต้องมีระบบการขออนุญาตก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง
4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ใช้งานได้ปกติ ไม่ชำรุด และควรมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ
5. ตรวจวัดก๊าซพิษก่อนลงไปปปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศทุกครั้ง โดยก๊าซติดไฟและปริมาณก๊าซออกซิเจนต้องอยู่ระหว่าง 19.5 – 23.5% และต้องกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานต่อคนที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิตหรือหมดสติในขณะปฏิบัติงาน
6. มีระบบหรือกลไกการแจ้งขอความช่วยเหลือ กรณีเจ้าหน้าที่ประสบเหตุในพื้นที่อับอากาศและต้องมีผู้ควบคุมที่มีความรู้และมีผู้ช่วยเหลืออยู่ประจำบริเวณทางเข้า – ทางออก ตลอดเวลาที่มีการทำงาน
7. จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล Personal Protextive Equipment (PPE) เช่น หน้ากากป้องกันแก๊ซ, ชุดป้องกันสารเคมี
8. ผู้ที่จะต้องเข้าไปในที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ
 
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยสุขภาพดี จาก กรมอนามัย 💖📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามซีรีย์สาระสุขภาพจากเรา
https://www.facebook.com/anamaidoh

และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/@health.anamai.thailand และ https://www.tiktok.com/@healthyoffice.thailand

 
#สาระสุขภาพ
© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH