Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

เชื้อโรคในบ้านไม่มีดี…ฆ่า(เชื้อ)ได้ฆ่า

  • 5 สิงหาคม 2568

เชื้อโรคในบ้านไม่มีดี…ฆ่า(เชื้อ)ได้ฆ่า

อย่างที่รู้กันในคราวที่แล้วว่า เชื้อโรคมีอยู่จริง ต่อให้ปิดตาและใช้ใจสัมผัสก็ไม่อาจเห็น แต่ถ้าเราไปสัมผัสด้วยร่างกาย กระทบกับผิวหนัง หรือ สูด‼️ เข้าไปลึก ๆ รับรองได้ว่า “เห็นผลแน่นอน” แต่ก่อนจะไปจัดการกับเจ้าเชื้อโรค เราเตรียมน้ำยาสูตรพิเศษ เพื่อลบเจ้าเชื้อโรคออกจากบ้านเรากันดีกว่าค่ะ
1️⃣ การเตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
🔸 1. สูตร โซเดียมไฮโปคลอไรท์ ผสมให้ได้ความเข้มข้น 0.1 %
แบบที่ 1 : น้ำ 1 ลิตร ต่อ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ เข้มข้น 6% 2 ฝา (ขนาดขวด 250 มิลลิลิตร หรือ 600 มิลลิลิตร)
แบบที่ 2 : น้ำ 1 ลิตร ต่อ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ เข้มข้น 6% 1 ฝา (ขนาดขวด 1,500 มิลลิลิตร หรือ 2,500 มิลลิลิตร)
🔸 2. สูตร ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ ผสมให้ได้ความเข้มข้น 0.5 %
แบบที่ 1 : น้ำ 1 ลิตร ต่อ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ เข้มข้น 5% 2 ฝาครึ่ง (ขนาดขวด 500 มิลลิลิตร หรือ 1,000 มิลลิลิตร)
แบบที่ 2 : น้ำ 1 ลิตร ต่อ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ เข้มข้น 3% 5 ฝาครึ่ง (ขนาดขวด 1,000 มิลลิลิตร)
📑 หลังจากเตรียมเสร็จแล้ว ก็นำไปฆ่าเชื้อบนพื้นผิว วัสดุ หรือ อุปกรณ์ โดยทิ้งไว้อย่างน้อย 1 นาที และควรใช้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ผสมเสร็จแล้ว
📌 สิ่งสำคัญอีก 1 อย่าง คือ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพื้นผิว เช่น
❗ พื้นผิวทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องใช้ หรือสแตยเลส แนะนำให้เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 0.5%
❗ พื้นที่ขนาดใหญ่ อย่าง พื้นห้อง ผนัง ห้องส้วม หรือ จุดสัมผัสร่วม แนะนำให้ใช้โซเดียมไฮโปคลอไรท์ ความเข้มข้น 0.1% หรือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้นข้น 0.5%
❗ หรือพวกเสื้อผ้า ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ควรทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า หรือในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส
🔖 หากเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดตามร้านค้าสะดวกซื้อก็อย่าลืมอ่านฉลากให้ดี ๆ นะคะ ว่า เหมาะใช้กับพื้นผิวแบบไหน ตรงตามที่เราต้องการจะใช้งานหรือเปล่าด้วยค่ะ
ข้อมูลโดย กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ
 
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยสุขภาพดี จาก กรมอนามัย 💖📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามซีรีย์สาระสุขภาพจากเรา
https://www.facebook.com/anamaidoh

และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/@health.anamai.thailand และ https://www.tiktok.com/@healthyoffice.thailand

#สาระสุขภาพ

© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH