Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

มาเล็งต้นตอ…ก่อมะเร็งทวารหนัก

  • 28 สิงหาคม 2568

มาเล็งต้นตอ…ก่อมะเร็งทวารหนัก 

🌍👨‍⚕️ องค์การอนามัยโลก และ สมาคมต่อต้านมะเร็งสากล กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) เพื่อบรรเทาปัญหาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง พบว่ามะเร็งคือโรคอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลก
❗พอพูดถึงมะเร็งหลาย ๆ คนคงนึกถึง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม หรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่ยังมีอีกหนึ่งจุดที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถือเป็นตัวที่ติด 3 อันดับที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดในกลุ่มโรคมะเร็งด้วยกันอย่าง ❝มะเร็งทวารหนัก❞ ซึ่งมี 4 ระยะด้วยกัน
👩‍🔬 สาเหตุหลัก มาจาก📍❛ไวรัส HPV (Human Papilloma Virus)❜ โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 และ HPV-18 ติดต่อผ่านการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งที่ปนเชื้อโดยตรง หรือ ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และยังก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางชนิด เช่น การสูบบุหรี่ การไม่ใช้ถุงยางอนามัย การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก สำหรับที่อายุมากขึ้นตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นได้ และคนที่กินยากดภูมิคุ้มกัน หรือ ผู้ติดเชื้อ HIV เองก็มีโอกาสเสี่ยงด้วยเช่นกัน
‼️ สัญญาณเตือนด้วยอาการต่าง ๆ สังเกตได้ดังนี้
1️⃣ มีก้อนเนื้อเกิดขึ้นแถวทวารหนัก
2️⃣ มีมูกเลือดปนมาในอุจจาระ หรือ ถ่ายปนเลือด
3️⃣ มีการขับถ่ายลำบากขึ้น ถ่ายไม่สุด สลับท้องผูกกับท้องเสียเรื้อรังในบางราย
4️⃣ น้ำหนักลด ปวดท้องเรื้อรัง
5️⃣ มีอาการปวดตื้อ ๆ หรือ ปวดแสบร้อน ทางทวารหนัก
6️⃣ มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาดหนีบโต (ส่วนใหญ่พบในระยะสุดท้าย หรือ รุกรามไปยังอวัยวะอื่นแล้ว)
❗หากสงสัย หรือ สังเกตพบสัญญาณเตือนข้างต้น สามารถตรวจได้ด้วย การตรวจตัวอย่างอุจจาระ ตรวจเลือด ตรวจชิ้นเนื้อ ตรวจอัลตราซาวด์ ส่องกล้องตรวจ และการสวนแป้งแบเรียมเข้าไปทางทวารหนัก แล้วเอกซเรย์ (X-ray) กับทุกโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคต่อไปเพื่อการรักษาที่ตรงจุด เหมาะสมกับระยะที่เป็น
ขอบคุณข้อมูลโดย : โรงพยาบาลสมิติเวช
 
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยสุขภาพดี จาก กรมอนามัย 💖📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามซีรีย์สาระสุขภาพจากเรา
https://www.facebook.com/anamaidoh

และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/@health.anamai.thailand และ https://www.tiktok.com/@healthyoffice.thailand

 
#สาระสุขภาพ
© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH