กอดให้ลูกใจฟู
14 เมษายน 2569 วันครอบครัวไทยและสงกรานต์ปีนี้
ช่วงเวลาหยุดยาวที่หลายคนได้กลับบ้านใช้เวลาพร้อมหน้าพร้อมตากับคนที่รัก กรมอนามัย ขอชวนทุกคนมาแบ่งปันความสุขและชาร์จพลังใจให้กันด้วยวิธีที่ง่ายแต่ทรงพลังที่สุด นั่นคือ “การกอด” 
รู้หรือไม่? การ “กอด” จากพ่อแม่ คือ ยาวิเศษที่ช่วยสร้างความรัก ความผูกพัน และความเชื่อใจระหว่าง “พ่อ แม่ ลูก” ได้อย่างลึกซึ้ง 
1. ทำไม “กอด” แล้วดีต่อใจ?
เมื่อพ่อแม่กอดลูก ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาเคมีดี ๆ แบบนี้ทันที:
*
เติมความรัก (ฮอร์โมนออกซิโทซิน): เมื่อกอดกัน สมองจะหลั่ง “ฮอร์โมนแห่งความรัก” ออกมา ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และรู้สึกผูกพันกับพ่อแม่มากขึ้น
* 
2. กอดแล้วลูกได้อะไรบ้าง?
* มองโลกในแง่ดี: เมื่อลูกร้องไห้แล้วได้รับการกอด เขาจะเรียนรู้ว่า “โลกนี้ปลอดภัย” และ “มีคนที่ไว้ใจได้เสมอ” เป็นรากฐานให้เขาโตไปเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง
* สมองแล่นไว: การสัมผัสเนื้อแนบเนื้อ ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้ลูกพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ดีขึ้น
* โตไปไม่ก้าวร้าว: เด็กที่ได้รับความอบอุ่นเพียงพอ จะเป็นเด็กที่มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูง ใจเย็น และใช้ความรุนแรงน้อยกว่าเมื่อโตขึ้น
3. สูตรลับ “กอดคุณภาพ” ทำได้ทุกวัน
กอดแรกรับขวัญ: แม่ควรให้ลูกกินนมและกอดแนบอกภายใน 1 ชั่วโมงแรก หลังคลอด เพื่อกระตุ้นสายใยความผูกพันแม่ลูกและน้ำนม
สูตรกอด 4 เวลา:
การกอดไม่ใช่แค่การแตะตัว ลองกอดค้างไว้นับ 1-20 ในใจ (อย่างน้อย 20 วินาที) เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาได้เต็มที่ที่สุด! ช่วยสร้างความเชื่อใจ ความผูกพัน และทำให้ลูกมีจิตใจที่มั่นคง แข็งแรง เพียงแค่กอดลูกบ่อยๆ คู่กับการพูดคุยด้วยความใส่ใจ เท่านี้ก็ช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ
อ่านจบแล้ว… หยุดยาวนี้เจอหน้าลูก เจอหน้าครอบครัวเมื่อไหร่ อย่าลืมพุ่งตัวไป “กอด” ชาร์จแบตให้กันแน่น ๆ เลยนะคะ! 
เพราะการกอด คือ การบอกรักที่ส่งตรงถึงหัวใจได้ไวที่สุดโดยไม่ต้องใช้คำพูด มาสร้างบ้านให้เป็นเซฟโซนด้วยอ้อมกอดกันนะคะ 
(แคปชั่นเฟซบุ๊ก)
📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรา
https://www.facebook.com/anamaidohและอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/@health.anamai.thailand และ https://www.tiktok.com/@healthyoffice.thailand
https://www.facebook.com/anamaidohและอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/@health.anamai.thailand และ https://www.tiktok.com/@healthyoffice.thailand





