Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

7 ทริคดูแลเจ้าตัวจิ๋วให้รอดจาก “ฮีทสโตรก” แบบทำถึง! รับรองว่าเซฟตี้ ปลอดภัยชัวร์!

  • 31 มีนาคม 2569
👨‍👩‍👧‍👦 ตัวมัมตัวแด๊ดที่มีเบบี๋ฟังทางนี้! 📣 รู้ไหมคะว่าร่างกายของ “เด็กทารกและเด็กเล็ก” มีความไวจากความร้อนและระบายเหงื่อได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ จึงมีความเสี่ยงจากความร้อนมากกว่าผู้ใหญ่ ☀️ กรมอนามัย ขอแนะนำ 7 ทริคดูแลเจ้าตัวจิ๋วให้รอดจาก “ฮีทสโตรก” แบบทำถึง! รับรองว่าเซฟตี้ ปลอดภัยชัวร์! ✨👶
1.💧 ดูแลให้ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ ระหว่างวัน ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ (สำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือนแรก ดื่มน้ำนมแม่อย่างเดียวก็เพียงพอ)
2. 🧃 เลี่ยงเครื่องดื่มเย็น ๆ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไป
3. 👕 แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหลวม ๆ น้ำหนักเบา และมีสีอ่อน
4. 🏠 ช่วงอากาศร้อนจัด ควรอยู่ในบ้านหรืออาคาร ที่มีเครื่องปรับอากาศ ❄️ หากใช้พัดลม ให้เปิดแบบส่าย อย่าหันพัดลมเป่ามาที่ตัวเด็กโดยตรง และเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ 🌬️
5. 🚗 ห้ามปล่อยเด็กอยู่ในรถที่จอดตากแดดตามลำพังโดยเด็ดขาด ❌ (อุณหภูมิอาจพุ่งถึง 50 องศาเซลเซียส ได้ภายใน 20 นาที) 🔥
6. 🧢 ถ้าจำเป็นต้องทำกิจกรรมนอกบ้าน ควรให้สวมหมวก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว กางร่ม ☂️ และทาครีมกันแดด 🧴 (SPF 15 ขึ้นไป) ก่อนออกนอกบ้านอย่างน้อย 30 นาที (เด็ก 6 เดือนขึ้นไป อาจใช้แบบ Physical Sunscreen) และไม่ควรปล่อยให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งนานเกินไป
7. 🚑 หากมีเหตุฉุกเฉิน ให้รีบติดต่อสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือ ติดต่อสายด่วน 1669 📞
💪 ถึงอากาศจะร้อนสู้ชีวิตแค่ไหน แต่ตัวแม่ก็สู้กลับได้สบาย! ✌️ แค่ให้ลูกจิบน้ำนมบ่อย ๆ แต่งตัวสบาย ไม่ปล่อยให้อยู่กลางแจ้งเพียงลำพัง และที่สำคัญ “ห้ามลืมลูกไว้ในรถเด็ดขาด” 🚘 กรมอนามัยขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวตัวตึงดูแลสุขภาพตัวเองและลูกรักให้ฟินตลอดซัมเมอร์นี้ ลุยค่า! 💖💦
🌐 เช็กค่าดัชนีความร้อนรายวันได้จากกรมอุตุนิยมวิทยา
📋 เฝ้าระวังอาการเสี่ยงด้วยตนเองจากอนามัยเซอร์เวย์ “อาการและพฤติกรรมเสี่ยงจากความร้อน”
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถานะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝
📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ
👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH