7 แนวทางป้องกัน จิตใจและสังคม ผู้ป่วยเบาหวานเด็กและวัยรุ่น 

ในปัจจุบันแม้ว่าโรคเบาหวานยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด เพียงสามารถทำให้อยู่ภาวะโรคสงบ” ในระยะยาวได้
แต่ยังพบปัญหาทางจิตใจและพฤติกรรมที่สามารถ “ป้องกัน” หรือ “ลดความรุนแรง” ได้ หากครอบครัวช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี 

กรมอนามัยจึงได้รวม 7 แนวทางป้องกัน จิตใจและสังคม ผู้ป่วยเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น จากวารสารเบาหวาน โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย มาฝากทุกคน ดังนี้ 
เด็กเบาหวานต้องการ “การยอมรับ” ว่าสามารถเติบโตเป็นคนปกติได้
ให้ลูกมีบทบาทหน้าที่เหมือนพี่น้องคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำการบ้านหรือช่วยงานบ้าน
อย่ายกเว้นเพียงเพราะเขาป่วย
ต้องไม่สร้างจาก ความกลัว (เพราะจะทำให้ลูกปิดบัง) 
ให้ใช้ น้ำเสียงเป็นมิตร เมื่อลูกลืม เช่น “หนูลืมฉีดอินซูลินหรือเปล่า?
และให้ รางวัลเชิงบวก เมื่อทำได้ดี
มุ่งเน้นที่การ ปรับปรุง และความร่วมมือ
ใช้ คำถามปลายเปิด สร้าง ความไว้วางใจ
ลูกจะกล้าบอกทุกเรื่องและ ขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเวลาที่ผิดพลาด เช่น “เล่าให้แม่ฟังได้เลย แม่จะได้เข้าใจ”
อย่าขัดจังหวะ หรือด่วนตัดสิน 
อย่าง เรียบง่าย (เช่น อาการน้ำตาลตก มือจะสั่น หงุดหงิด หิวบ่อย 
) ใช้ กิจกรรมแฝงการเรียนรู้ (เช่น วาดภาพร่างกายวงจุดที่มีอาการ
) เมื่อโตขึ้นให้มีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจ ลูกจะ รู้ทันอาการ และ ตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล
พูดถึงโรคด้วยโทนปกติเหมือนกิจวัตรประจำวัน
และหลีกเลี่ยงคำพูดกดดัน เป้าหมายคือไม่ให้เด็กรู้สึกว่าเบาหวานเป็นความผิด หรือเป็นเรื่องตึงเครียดในครอบครัว
เด็กเรียนรู้จากการเห็น ไม่ใช่แค่จากการฟัง
ควรกินอาหารสุขภาพร่วมกัน ไม่แยกเมนู “คนป่วย” กับ “คนปกติ”
และออกกำลังกายเป็นครอบครัว
หรือ ไปตรวจสุขภาพประจำปีพร้อมลูก
หากพ่อแม่มีวินัยและดูแลสุขภาพ จะช่วยให้ลูก ซึมซับพฤติกรรมดี เหล่านั้นไปเอง
ฝึกให้ลูก จัดการตนเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งการ แจ้งอาการผิดปกติ แก่ผู้ใหญ่
การ เตรียมยาและของว่าง ด้วยตนเอง 
และการซ้อมรับมือกับสถานการณ์จำลอง
เพื่อให้ลูกพร้อมสำหรับชีวิตนอกบ้าน
โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
