Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

ดูแลสายตา จากการมองจอ

  • 27 มีนาคม 2569

ดูแลสายตา จากการมองจอ 👓

ยุคนี้ใครๆ ก็ติดจอ ทั้งคอมฯ แท็บเล็ต และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สมาร์ทโฟน ชีวิตที่ต้องอัปเดตตลอดเวลา ทำให้ดวงตาเจอแสงสีฟ้าเต็มๆ เสี่ยงสารพัดอาการ ตั้งแต่ ตาล้า ตาแห้ง ตาพร่า น้ำตาไหล จนถึงขั้นน่ากังวลอย่าง โรคจอประสาทตาเสื่อม 📉👁️
👇 อ่านวิธีดูแลดวงตาและเลือกอาหารบำรุงสายตาได้ที่นี่ 👇
⏸️ มองจอไม่ควรเกิน 20 นาที พักการมองออกไกล หรือ กระพริบตาเร็วๆ 20 ครั้ง
🛑 ต้องหยุดพัก 20 นาที เพ่งหน้าจอนานๆ เสี่ยงกระทบดวงตา
🥗 เติมอาหารบำรุงสายตา 🐟🥚
🥬 ผักใบสีเขียวเข้ม ผักผลไม้สีเหลือง-ส้ม อุดมไปด้วยสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างวิตามินเอ ช่วยในการมองเห็น เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ผักโขม แครอท ฟักทอง มันเทศเหลือง มะละกอสุก 🥕🎃
🐟 ปลาทะเลและปลาน้ำจืด กรดไขมันโอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA และ EPA ช่วยลดการอักเสบและป้องกันจอประสาทตาแห้ง เช่น ปลาสวาย ปลาดุก ปลาช่อน ปลากะพง ปลาทู ปลาแซลมอน 🐠🌊
🥚 ไข่ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทิน (Zeaxanthin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องจอประสาทตาจากแสงสีฟ้าและรังสียูวี พบมากในไข่แดง ผักผลไม้หลากสี เช่น คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง ฟักทอง แตงไทย กล้วย ชมพู่ แตงโม 🍉🍌
🛡️ ป้องกันสายตา 🛡️
✅ หาแว่นตาหรือใช้ฟิลเตอร์กรองแสงสีฟ้า ในขณะใช้งานผ่านหน้าจอ มือถือ และ คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดวงตาเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน 👓📱
✅ เตรียมห้องหรือจัดสถานที่ ให้มีแสงสว่างที่เพียงพอต่อการใช้สายตาเนื่องจากการใช้สายตาในที่มืด จะทำให้รูม่านตาขยายรับแสงมากขึ้น หลีกเลี่ยงการปะทะกับลมหรืออากาศเย็นเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ตาแห้งและเกิดอาการตาล้า 💡🏠❄️
ข้อมูล: สำนักโภชนาการ
💖 ดวงตามีเพียงคู่เดียวและซ่อมแซมได้ยาก อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ เริ่มต้นดูแลตั้งแต่วันนี้ด้วยการพักสายตาและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อถนอมดวงตาคู่สวยให้อยู่กับเราไปนานๆ นะคะ
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถานะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝
📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ
👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH