Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

หวานขึ้นตา!! รับมืออย่างไร

  • 27 มีนาคม 2569

หวานขึ้นตา!! รับมืออย่างไร ❓

ภาวะเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน 🩸 เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจนส่งผลให้หลอดเลือดที่จอประสาทตาเกิดความผิดปกติ 📉 ซึ่งอาจนำไปสู่การมองเห็นที่ลดลงและตาบอดได้ในที่สุด 🚫👀
กรมอนามัย 🏥 จะมาบอกวิธีสังเกตอาการและวิธีการรักษาเบาหวานขึ้นตา ให้ฟังกัน 📢
อาการของเบาหวานขึ้นตา พบว่า มี 6 อาการที่เห็นได้ชัด ดังนี้ 👇
1. 🕷️ มองเห็นจุด หรือ เส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมา
2. 〰️ มองเห็นภาพบิดเบี้ยว
3. 🌫️ ตามัว ประสิทธิภาพการมองเห็นแย่ลง สายตาไม่คงที่
4. 🎨 แยกแยะสีได้ยากขึ้น
5. ⚫ เห็นภาพมืดเป็นบางจุด
6. ❌ สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอด
วิธีการรักษาเบาหวานขึ้นตา แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ 💊
1️⃣ ระยะเริ่มแรก หากมีอาการเพียงเล็กน้อย จนถึงปานกลาง แพทย์จะคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดแทนการรักษา 🩺 ซึ่ง “ผู้ป่วยอาจต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด” 🍬📉 ให้ดีควบคู่ไปด้วย เพื่อไม่ให้อาการลุกลาม
2️⃣ ระยะก้าวหน้า ระยะนี้ “ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น” 🚨 สามารถรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ 🔦 เพื่อควบคุมและรักษาการรั่วซึมของหลอดเลือดและหลอดเลือดที่ผิดปกติ หากมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นเลือดออกในวุ้นตามาก “อาจต้องผ่าตัดวุ้นตา เพื่อป้องกันการสูบเสียการมองเห็น” นั่นเอง 🏥
เพราะฉะนั้นแล้ว หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี 🗓️ หรือ ตามแพทย์นัดหมายทุกครั้ง 👩‍⚕️ เพื่อให้รู้ค่าสถานะสุขภาพที่ถูกต้องของตนเอง ✅ จะได้ป้องกันและรักษาสุขภาพให้ตรงจุด ผ่านคำแนะนำของแพทย์กันดีกว่าค่ะ ❤️
ℹ️ ข้อมูลโดย : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝
📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ
👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH