Warning: Undefined variable $bg in D:\wwwroot\multimedia\wp-content\themes\anamai_2021_v1_0_1\single.php on line 28
>

Sugar Toxic : หวานเกินพิกัด! จัดหนักสุขภาพ!!

  • 27 มีนาคม 2569

🚨 Sugar Toxic : หวานเกินพิกัด! จัดหนักสุขภาพ!! 🚨

🥤 การบริโภคน้ำอัดลมและของหวานเป็นประจำในเด็กวัยเรียน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิด “โรคอ้วนในเด็ก” 🐷 ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้นและเสี่ยงต่อโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นด้วย 📈
📢 กรมอนามัย จึงเน้นย้ำเสมอว่า ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ควรบริโภคน้ำตาลรวมจากอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด… 🛑 ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (หรือประมาณ 24 กรัม) 🥄 เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคเกินความจำเป็น ที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมในระยะยาว ดังนี้ครับ:
1️⃣ น้ำตาลสูง = พลังงานเกิน เสี่ยงโรคอ้วน ⚖️ น้ำอัดลม 1 กระป๋อง อาจมีน้ำตาลสูงถึง 8–10 ช้อนชา! 😱 หากดื่มประจำ ร่างกายจะสะสมเป็นไขมัน เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง และไขมันพอกตับ 🩺
2️⃣ สมาธิสั้น เหนื่อยง่าย พฤติกรรมเปลี่ยน 😫 ระดับน้ำตาลที่พุ่งขึ้นเร็วและตกเร็ว 📉 ทำให้หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ ง่วงเพลีย ควบคุมอารมณ์ยาก ส่งผลให้การเรียนรู้และความจำลดลง 📉🧠
3️⃣ พลังงานเปล่า (Empty Calories) ❌ หวานแต่ไร้ประโยชน์! แคลอรีสูงแต่ไม่มีวิตามิน แร่ธาตุ หรือใยอาหาร เมื่ออิ่มของหวาน ก็กินอาหารที่มีประโยชน์ได้น้อยลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโต 📉
💡 แนวทางส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน เริ่มได้จากครอบครัวและโรงเรียน 🏫🏠
✅ 1. เลือกดื่มเพื่อสุขภาพ: เน้นน้ำเปล่า 💧 นมจืด 🥛 หรือน้ำผลไม้ไม่เติมน้ำตาล ✅ 2. จำกัดน้ำตาล: ไม่เกิน 6 ช้อนชา/วัน 🥄 (รวมทุกมื้อ)
✅ 3. เพิ่มผักผลไม้: เพิ่มวิตามินและใยอาหาร ช่วยคุมน้ำหนัก 🍎🥦
✅ 4. เป็นแบบอย่างที่ดี: ผู้ปกครองและครูช่วยกันงดจัดเลี้ยงน้ำหวาน เลือกอาหารลด หวาน มัน เค็ม 🤝
ข้อมูลโดย สำนักส่งเสริมสุขภาพ
❤️ กรมอนามัย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน ให้กล้าที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ✨ แม้วันนี้อาจจะยังไม่เห็นผล แต่แค่ “กล้าเริ่มก้าว” ก็เท่ากับ “สำเร็จแล้วหนึ่ง” ✌️
📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝
📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ
👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
© DEPARTMENT OF HEALTH : MINISTRY OF PUBLIC HEALTH